 |
แนวคิดการจัดแสดงงาน
การจัดแสดงงานจะแยกเป็นส่วนต่างๆ ตามวิถีหรือเส้นทางที่คนเข้าชมงานสามารถรับรู้ได้ โดยมีแนวคิดดังนี้
Way of Light
วิถีแห่งปัญญา ณ จุดสูงสุดของโครงการอันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยคำซึ่งแทนความหมายด้วย แสงแห่งปัญญา ทางพระพุทธศาสนา อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทย และในทางเดียวกันยังเป็น แสงสว่าง ที่ให้ต้นไม้เจริญงอกงามเติบโตสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนแผ่นดิน
แกนทางเดินหลักนี้เองที่เราสามารถมองเห็นการเชื่อมโยงทางสายตาระหว่าง วัดพระธาตุดอยคำ กับอาคารหอคำหลวง ซึ่งแกนนี้เปรียบเสมือนแกนหลักของสังคมไทย ที่มีทั้งพระมหากษัตริย์และพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และดำรงอยู่อย่างเป็นชาติไทย
Way of Life
วิถีแห่งประชา เป็นเส้นทางทิศตะวันตกของโครงการ เป็นส่วนแสดงความเจริญอย่างไทย ความงดงามของภูมิปัญญาพื้นถิ่นของบรรพชนไทย เป็นเส้นทางที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรมที่ปลูกและฝังความรู้ เพื่อให้เจริญงอกงามตามเอกลักษณ์ของชนชาติ รวมทั้งการจัดแสดงความสัมพันธ์อันมีมาแต่เดิมของการใช้พันธุ์และไม้สวนของไทย อันจะแสดงออกถึง คุณภาพชีวิต ของชาวไทยที่ผูกพันกับต้นไม้
Way of Rise
วิถีแห่งภารดา เป็นเส้นทางสวนนานาชาติ ด้วยความหมายที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อพึ่งพิงและพึ่งพาซึ่งกันและกันฉันท์มิตรสหายและพี่น้อง เป็นการถ่ายความเจริญจากชุมชนสู่สังคม จากสังคมสู่ประเทศ และประเทศสู่นานาอารยะประเทศ เป็นเส้นทางแทนความเจริญ ของประเทศไทยพร้อมจะเติบโตไปสู่ระดับสากล |
| |
|
 |
ทางเข้าหลักโดดเด่นด้วย ต้น Bottle Tree เป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ อายุกว่า 300 ปี บริเวณทางเข้าเพื่อดึงดูดสายตาและเป็นป้ายข้อมูล
Bottle Tree
เป็นพืชเขตร้อน ที่พบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ติดกับทางประเทศอินโดนีเซียเป็นจำนวนมากรัฐบาลออสเตรเลีย จึงเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ปลูกและเลี้ยงเพื่อการส่งออก จัดเป็นต้นไม้ในสายพันธุ์โอ๊ก ที่มีอายุยาวมาก อาจอายุถึง 1,000 ปี โดยต้น Bottle Tree ที่นำมาจัดแสดงในงานเป็น Bottle Tree ที่มีอายุ 300 ปี ราคาต้นละ 500,000 บาท นำมาตั้งในงานทั้งหมด 5 ต้น โดยขนาดใหญ่ที่สุดของ Bottle Tree สามารถสูงใหญ่ได้กว่าที่เห็นในงานราชพฤกษ์ถึง 2 เท่าตัว |
| |
|
|
| |
|
 |
Fruit Pavilion นำเสนอผลไม้ไทยกว่า 60 ชนิด ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสูง เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย สัปปะรด มะม่วง ส้มโอ ชมพู่ มาจัดแสดงและเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มรส และสัมผัสรสชาติอันโดดเด่นของผลไม้ไทยที่เป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
Fruit Pavilion
ขนาดพื้นที่จัดแสดงประมาณ 400 ตารางเมตร จัดแสดงผลไม้ไทยทั้งหมดประมาณ 60 ชนิด โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจ จะจัดแสดงแบบใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้ออกผลนอกฤดูกาล ซึ่งเป็นเทคนิคที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยการตัดท่ออาหารของต้นไม้ เพื่อหลอกให้ต้นไม้เข้าใจว่าตัวเองกำลังจะตาย ดังนั้นด้วยการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดตามธรรมชาติ มันก็จะเร่งพยายามขยายเผ่าพันธุ์ ด้วยการออกดอกออกผล ซึ่งภายในงานจะได้จัดให้มีตัวอย่างผลไม้เหล่านั้นให้ผู้เข้าชมได้ลิ้มรส โดยผลไม้ที่จัดให้ลิ้มรส ไม่ได้เป็นผลที่เกิดจาการปลูกในงาน แต่จะสั่งมาจากศูนย์จากจังหวัดนั้นๆ เช่น ส่งมาจากสวนที่จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น |
| |
|
 |
เรือนร่มไม้ การจัดแสดง ป่าดิบชื้น ภายในเรือนร่มไม้ นำเสนอพันธุ์ไม้เขตร้อนชื้น มากกว่า 2,000ต้น พบเห็นพืชพรรณที่สามารถขึ้นได้ในสภาพร้อนชื้น ปลูกผสมผสานอยู่ร่วมกัน จัดเป็นหมวดหมู่ตามกลุ่มพันธ์ และลักษณะนิสัยของพืช การชมพันธุ์ไม้สามารถชม ได้ทั้งในมุมปกติและมุมสูงบนพื้นที่ยกระดับ sky walk |
| |
|
 |
บ้านชาวสวน แสดงวิถีชีวิตของคนไทย และอุปกรณ์ใช้สอยภายในบ้าน เห็นสภาพกรใช้ชีวิตของชาวบ้านสวน มีการแสดงการเก็บเกี่ยวและการรักษาผลผลิตพืชพรรณที่ใช้ เช่น ละมุด มะม่วง ฝรั่ง มะละกอ กระท้อน ชมพู่ มะปราง มะเฟือง ขนุนเป็นต้น |
| |
|
 |
หอเชิดชูเกียรติยศ กว่าจะเป็นพืชสวนไทยหลากหลายชนิดที่มีความโดดเด่นในเวทีโลก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และทิศทางในอนาคต แสดงความพร้อมของทำเลที่ตั้งภูมิศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของไทย ที่สามารถผลิตพืชผลเมืองร้อน ป้อนสู่ตลาดโลกมาอย่างยาวนาน การเปิดประตูการค้ากับนานาชาติตั้งแต่สมัยแผ่นดินพระนารายณ์มหาราช ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ที่เป็นที่สุดของโลก
หอเกียรติยศ
จัดแสดงนิทรรศการแบ่งออกเป็นสองเรื่อง บอกเล่าเรื่องราวอดีต และปัจจุบันโดยเป็นการนิทรรศการเพื่อการแนะนำ และทำให้ทุกคนได้ปราบปลื้มกับประวัติความเป็นมา และผลงานของบุคคลที่มีความสำคัญทางด้านพืชสวน ในวงการเกษตรของไทย ที่ผ่านมาตั้งแต่การเกิดแนวคิดริเริ่มจนออกเป็นผลงานที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในควมเป็นจริง พร้อมทั้งฉายวิดิทัศน์และให้ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้และการเกษตร ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และสรุปว่าจะมีบุคคลสำคัญท่านใดบ้างที่จะปรากฎอยู่ในหอเกียรติยศนี้
ผนังด้านนอกของหอเกียรติยศจะถูกตกแต่งประดับประดา เต็มไปด้วยใบไม้สีทอง ที่ลักษณะเลียนแบบมาจากรูปร่างของใบจากต้นไม้ต่างๆ โดยจะสลักชื่อบอกไว้ด้วยว่า ใบนี้ เป็นใบของต้นไม้อะไร โดยเมื่อใบไม้กระทบกับแสงแดด จะเกิดแสงสะท้อนเพื่อดึงดูดความสนใจ และดึงสายตานำไปสู่หอเกียรติยศ |
| |
|
 |
ลานเฟื่องฟ้า การเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับด้วยศิลปะการดัดแต่ง มีการจัดแสดงพันธุ์เฟื่องฟ้าดัดแต่งในกระถางกว่า 50 60 ชนิด มีจุดเด่นขึ้นมา 1 จุดในรูปลักษณ์ของมังกร นอกนั้นต้นอื่นๆ โดยรอบในบริเวณจะจัดแสดงในรูปแบบไล่โทนสี ซึ่งเป็นสัตว์ในเทพนิยายจีนที่ถึงพระมหากษัตริย์ |
| |
|
 |
สวนสัปปะรด จัดแสดงพันธุ์สัปปะรด 4 สายพันธุ์ โดยมีพันธุ์นางแล ปัตตาเวีย ตราดสีทอง และสัปปะรดด่าง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับเรื่องราวในอดีต และเกิดความรู้สึกร่วม โดยมีรูปปั้นช้างทรายมาวางเรียงรายเพื่อสื่อให้เห็นถึงกรณีที่ช้างป่า อ.กุยบุรี จ.ประจวบ ลงมากินสัปปะรดและสร้างปัญหาให้กับชาวสวน ช้างจึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทางด้านพืชสวน |
| |
|
 |
เรือนเพาะเนื้อเยื่อและส่วนจัดแสดงไม้เลื้อย
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของการขยายพันธุ์พืชแนวใหม่
- Biotechnology ที่ประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์พืชของไทย
- แสดงการขยายพันธุ์และพัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิของไทย โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
|
สภาวิจัยแห่งชาติ นำเสนอผลงานวิจัยต้นแบบโครงการบูรณาการงานวิจัยไม้ดอกไม้ประดับ โดยสอดแทรกเนื้อหางานวิจัยโครงการต่างๆดังนี้
- การสร้างเครื่องไบโอรีแอดเตอร์ แบบพร้อมใช้เพื่อการขยายพันธุ์พืชแนวใหม่
- เทคโนโลยีการผลิตปทุมมานนอกฤดูและโชว์ความหลากหลายสายพันธุ์ ของพันธุ์ปทุมมาในประเทศไทย
- การแปรรูปกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
- การพัฒนากล้วยไม้ดินเพื่อการส่งออก
|
 |
Topical Dome
เป็นส่วนจัดแสดงพรรณไม้เขตร้อนชื้นที่รวบรวมมาจากประเทศที่อยู่ในโซนเส้นสูตรจากทั่วโลก มากกว่า 50 สายพันธุ์ โดยจัดแสดงในลักษณะตกแต่งเป็นสวนสวยงามตระการตา พรรณไม้ที่นำมาจัดแสดง เน้นเป็นไม้ที่มีคุณค่า และหายาก นำเสนอให้มีความไฮไลท์พิเศษเฉพาะในแต่ละพื้นที่ โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน คือ
- นิทรรศการเทคโนโลยีการขยายพันธุ์พืช
จัดแสดงและให้ความรู้ในลักษณะนิทรรศการ พร้อมการสาธิตประกอบ เกี่ยวกับการเทคโนโลยี การขยายพันธุ์พืช เช่น การตัดแต่งพันธุกรรม การปั่นตา การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ตลอดจน
เทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ รวมทั้งผลผลิตที่ได้จากเทคโนโลยีนั้นๆ
- นิทรรศการพืชทะเลทรายในกลุ่มแคคตัสและไม้อวบน้ำ
จัดแสดงพืชทะเลทรายและ ไม้อวบน้ำ ที่รวบรวมมาจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ กว่า 30
ชนิดและมากกว่า 300 ต้น ที่มีขนาดโครงสร้าง และรูปลักษณะที่แตกต่างกัน นำมาจัดแสดงตาม
กลุ่มพันธุ์ภายใต้การออกแบบที่สวยงามอาทิเช่น กระบองเพชร โกเด้นท์บาวโล่ (ต้นเก้าอี้แม่ยาย)
จันทร์ผา และ อักกะเว่ ซึ่งเป็นพรรณไม้อวบน้ำที่พบได้ในประเทศไทย
- นิทรรศการพืชไร้ดิน
จัดแสดงเทคนิคและวิธีการเพาะพันธุ์พืชทั้งแบบที่มีวัสดุปลูกและไม่มีวัสดุปลูก ด้วยเทคนิคสมัย
ใหม่ๆ 3แบบ คือ การปลูกพืชในน้ำ การปลูกพืชในวัสดุอื่นที่ไม่ใช่ดิน และการปลูกพืชโดยให้
อาหารและน้ำทางอากาศสู่ระบบรากโดยตรง โดยการคิดค้นเทคนิคใหม่เหล่านี้ เพื่อขจัดปัญหาใน
เรื่องการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก เชื้อโรค และสารเคมีที่อยู่ในดิน
พืชที่จัดแสดงแบ่งเป็นพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล ที่มีมูลค่าสูง แสดงถึงเทคโนโลยีด้านการผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของพืชผัก ผลไม้ไทย โดยรูปแบบการปลูกเลี้ยงสามารถนำไปขยายผลได้ในอนาคต ทั้งในเชิงการค้า และผู้ชมสามารถนำกลับไปปฏิบัติที่บ้านได้จริง
- นิทรรศการพืชเมืองหนาว
จัดแสดงพรรณพืชเมืองหนาว ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับในประเทศไทย โดยเน้นพรรณพืชใน
จำพวกผักจากโครงการหลวงที่เป็นไม้เศรษฐกิจและแปลกตา เช่น ท้อ บ๊วย และฝักทองยักษ์ ซึ่ง
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 90 ซม. เป็นต้น รวมทั้งแสดงศักยภาพการผลิตพันธุ์ไม้เมือง
หนาวเพื่อการค้าของไทย และนำเสนอเรื่องราวการพัฒนาไม้เมืองหนาวที่มีมูลค่าของไทยเพื่อการ
ปลูกพืชทดแทนฝิ่น มีจำนวนมากกว่า 50 ชนิด
- นิทรรศการพรรณไม้หายาก
จัดแสดงพรรณไม้แปลกและหายากจากทั่วทุกมุมโลก โดยสร้างความแปลกแตกต่างอย่างน่าสนใจ
ด้วยการจัดตกแต่งและวางพรรณไม้แปลกในรูปแบบสวนสวยงามไม่เหมือนใคร เพื่อให้ได้ทั้งสาระ
ความรู้ และเกิดความเพลิดเพลินบันเทิงใจไปพร้อมๆ กัน ส่วนพรรณไม้ที่นำมาจัดแสดงมีหลาก
หลายชนิด เช่น ต้นมหัศจรรย์ ที่รับประทานเข้าไปจะมีรสเปรี้ยวแล้วจึงเปลี่ยนเป็นรสหวานในตอนท้าย, ตีนแรด จัดเป็นจำพวกหนึ่งของเฟิร์น แปลกตรงที่หัวเฟิร์นขนาดใหญ่มาก ประมาณ 50 เซนติเมตร, มะพร้าวทะเล เป็นพรรณไม้แปลกหายากที่พบได้บริเวณเกาะ Sea Shell ในมหาสมุทรอินเดีย ผลจะเป็นผลแฝดติดกัน 2 ผล ลักษณะคล้ายกับหัวชนกันสองหัว หรือบ้างก็ว่าลักษณะคล้ายก้น, ต้น Ant Wood เป็นพันธุ์ไม้จากออสเตรเลีย จัดอยู่ในประเภทของไม้ดอกจำปา ลักษณะลำต้นใหญ่ แต่ภายในกรวงเป็นโพรง เนื่องจากการปรับตัวตามธรรมชาติในสภาพพื้นที่ที่มีน้ำน้อย,
ต้นแมกโคซีเมีย จัดอยู่ในสายพันธุ์ต้นปรง ลักษณะลำต้นเป็นตอ ใบเป็นเส้นๆ เรียวยาว,
ต้นกรด (หรือต้นเปรต) พันธุ์ไม้จากประเทศแถบอเมริกา และสุดยอดปาล์มไทย สวยงาม แปลกตา
หายาก มากค่า เป็นที่ปรารถนาผู้นิยมปาล์ม รวบรวมพันธุ์ปาล์มจากภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งปาล์มสายพันธุ์ไทยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของปาล์มในร่ม จึงจัดแสดงในส่วนในอาคารจัดแสดงเลียนแบบสภาพป่าร้อนชื้น ไล่ระดับความสูงและจัดแสดงสุดยอดปาล์มไทย ที่มีลักษณะสวยแปลก
และหายาก เช่น ปาล์มราหู ที่ขึ้นเฉพาะบนภูเขาหินปูน หรือหน้าผาสูงชัน ปาล์มศรีสยาม ที่มีขนาด
ลำต้นประมาณนิ้วก้อย สูง 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวใหญ่ๆ แตกกอ ซึ่งเป็นรูปทรงที่แปลก ปาล์ม
ช้างร้องไห้ ปาล์มมะเร็ง ซึ่งเป็นปาล์มในตระกูลอีกานูล่าเป็นปาล์มที่หายากและเป็นที่ต้องการของ
ตลาด นอกจากนี้บริเวณโดยรอบโดมยังตกแต่งด้วยต้นไม้ที่มีโทนสีเงิน เช่นเดียวกับสีของโดม
|
 |
สวนชุ่มน้ำและสวนไม้ดอก
ด้วย Multi Storey ที่มีความหลากหลายของพันธุ์ไม้ ในบรรยากาศของพื้นที่ชื้นสูงและเย็นสบาย นำเสนอรูปแบบการจัดสวนที่ประกอบด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด ต่างระดับ ปลูกตามสภาพธรรมชาติจริง ในสภาพชื้นแฉะ โดยไม่ใช้โรงเรือน ผนวกกับแนวคิดของการร่วมผจญภัยเล็กๆ ในระหว่างการชื่นชมความหลากหลายของพันธุ์ไม้แปลงบัวและไม้น้ำ ด้านบนมีสะพานชมสวน ออกแบบเป็นทางเดินเพื่อชมการจัดสวนใน sunken garden ซึ่งเป็นเทคนิคการนำเสนอรูปแบบหนึ่ง คือ สวนจม เกิดขึ้นโดยการกดดินเดิมให้จมลงไปลักษณะเป็นแอ่ง เพื่อสร้างให้พื้นที่ในแอ่งนั้นกลายเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นมากๆ ปลุกพืชที่ต้องการความชื้นสูงหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะเปียกๆ ตลอดเวลา เช่น ไม้โกงกาง นอกจากนั้นยังได้รวบรวมพันธุ์เฮลิโกเนียไว้กว่า 100 ชนิด บางชนิดเป็นพันธุ์ลูกผสมจากต่างประเทศ ที่หาชมได้ยากในประเทศไทย และยังมีพันธุ์พุทธรักษาอีกกว่า 50 ชนิด
สวนบัว ขนาดพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ จัดแสดงบัวพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเมืองไทย เช่น บัวกระด้ง, บัววิคตอเรีย, และ บัวผัน เป็นต้น โดยมีลักษณะการจัดแสดงคือ การปลูกบัวในกระถางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 1.2 เมตร แล้วนำกระถางบัวเหล่านั้นมาจัดวางเรียงราย ไล่โดนสีเพื่อความสวยงามตระการตา |
| |
|
 |
สวนสมุนไพร จัดแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคม สมุรไพรของชาวเขา โดยจัดแสดงผ่านการจัดสวนเพื่อแสดงถึงความหลากหลายของต้นสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้กว่า 170 ชนิด และการใช้ประโยชน์ร่วมกับการจัดกจกรรม เพื่อนำเสนอการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร 5 กิจกรรม คือ
- เล่าขานตำนานสุขภาพ วัฒนธรรม 4 ภาคพร้อมการสาธิต
- การนวดของ 4 ภาคโดยใช้สมุนไพร
- วารีบำบัด
- การทำสมาธิ
- สุคนธาบำบัด
|
|
| |
|
 |
นิทรรศการสวนไทย
แนวคิดในการนำเสนอ เนื่องจากการปลูกพืชต่างๆ ของคนไทยตั้งแต่อดีตมา มักเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงมาถึงเรื่องความเป็นอยู่ ความเชื่อ และวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของลักษณะการเป็นสังคมเกษตรกรรม จึงจัดแสดงเป็นแบบมุ่งเน้นการสอดแทรกเกร็ดความรู้ ความเข้าใจในประวัติความเป็นมาของต้นไม้และความเป็นอยู่ หรือลักษณะสังคมและวัมนธรรมความเชื่อของคนในสมัยนั้น ไม่ได้เป็นการให้ข้อมูลเจาะลึกในทางทฤษฎี โดยมีพื้นที่ขนาดประมาณ 400 ตารางเมตร (ขนาดยังไม่ confirm)
- ไม้หอม พรรณไม้หอมจัดเป็นพรรณพืชที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมไทยมากกกลุ่หนึ่ง มีความผูกพันกับคนไทยมายาวนาน ในวรรณกรรมหลายยุคหลายสมัย จนมีบทกวีที่กล่าวถึงพรรณไม้หอมอยู่เสมอ พรรณไม้หอมหลายชนิดนอกจากให้ความหอมชื่นใจแล้วยังเป็นสมุนไพรใช้ผสมเป็นยารักษาสุขภาพ และโรคภัยไข้เจ็บ และใช้เนื้อไม้ทำเครื่องใช้และบ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาไทยที่สมควรอนุรักษ์ไว้ให้เป็นความภูมิใจของคนรุ่นหลัง ซึ่งนับวันจะมีโอกาสได้สัมผัสความรู้เหล่านี้น้อยลง
- ไม้มงคล ตามความเชื่อของคนไทย ต้นไม้เป็นสิ่งที่สามารถเสริมมงคลให้แก่ชีวิตของเจ้าของหรือผู้ปลูกได้ ซึ่วไม้ดักล่าวนั้นก็คือ พรรณไม้ที่เรารู้จักในชื่อของ ไม้มงคล โดยนำเสนอ จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ ไม้กันเกรา ไม้สัก ทองหลาง ราชพฤกษ์ ขนุน กัลปพฤกษ์ พยุง ทรงบาดาล ไผ่สีสุก
- ไม้ประจำจังหวัด จังหวัดต่างๆในประเทศไทย ต่างมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว มีทั้งคำขวัญประจำจังหวัด และยังมีต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้รับความรู้เกี่ยวกับไม้สัญลักษณ์ประจำจังหวัด จึงได้รวบรมพันธุ์ไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทั้ง 76 จังหวัด ปลูกไว้ในรูปแผนที่ประเทศไทย
พื้นที่ประมาณเกือบ 1 ไร่ ตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ คือ ต้นไทรใบแหลม, กระบี่ คือ ต้นทุ่งฟ้า, ขอนแก่น คือ
ต้นกัลปพฤกษ์, ลำพูน คือ ต้นจามจุรี, เชียงใหม่ คือ ต้นทองกวาว เป็นต้น
โดยที่สวนพฤกษศาสตร์ ตรงจตุจักร มีแปลงจัดแสดงไม้ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดด้วย
- ไม้ในพุทธประวัติ นำเสนอพันธุ์ไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติของสัมมาสัมพุทธเจ้า ในช่วงระยะเวลาที่สำคัญตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยนำเสนอพันธุ์ไม้ 18 ชนิด ได้แก่ กุ่มบก เกด จิก ตะเคียน ตาล นิโครธ ประดู่ลาย ไผ่ ฝ้าย ต้นโพธิ์ มะม่วง มะขามป้อม ส้ม สะเดาอินเดีย สาละ สีเสียด หว้า ทองหลาง
ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นไม้ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย
|
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: Call Center 02686 7272 หรือ ที่เว็บไซต์ www.royalfloraexpo.com
สำนักงานผู้บริหารงานปฏิบัติการ กิจกรรม และ ประชาสัมพันธ์