ผู้อุปถัมภ์หลัก
 
 
 
 
 
ผู้สนับสนุนพิเศษ
 

 
 

หอคำหลวง (Royal Pavilion)

หอคำหลวง (Royal Pavilion) คือ พื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นที่สุดของงาน ตั้งอยู่บนเนินดิน เนื้อที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร บริเวณถนนทางเข้าตกแต่งด้วยซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ 30 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีกรอบภาพพระบรมฉายาลักษณ์สี่ด้านติดกัน นำเสนอพระราชกรณียกิจและพระบรมราโชวาท ขนาบด้วยต้นราชพฤกษ์ตลอดสองข้างทาง ส่วนตัวอาคารเป็นเรือนไม้ครึ่งตึก 2ชั้น ที่มีความสง่างามสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา “หอคำหลวง” ใช้ในการจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นบนของหอคำหลวง ที่ผนังทั้ง 3 ด้าน ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังภาพวาด พระราชกรณียกิจในการเยี่ยมราษฏร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อยู่ในใจของพสกนิกรตลอด 60 ปี ที่ทรงครองราชสมบัติ เป็นภาพที่สร้างสรรใหม่ลงรักปิดทองแบบไทยกำมะลอ ประกอบด้วยฉากหลังเป็นภาพป่าของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวความคิดการจัดงานราชพฤกษ์ พร้อมทั้งจัดแสดงภาพพระราชจริยวัตร ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระเยาว์ และจัดทำปฏิมากรรมพร้อมฐานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม ซึ่งในเบื้องต้นนี้จะใช้ชื่อว่า “ต้นบรมโพธิสมภาร” มีใบไม้ 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวันที่ทรงครองราชย์ตลอดระยะเวลา 60 ปี โดยจัดทำเป็นอักษรนูนต่ำ ที่มีข้อความเป็นภาษาบาลีเกี่ยวกับเรื่องทศพิธราชธรรม เพื่อใช้เป็นที่สำหรับให้ประชาชนมาสักการะ

บริเวณชั้นล่างของหอคำหลวง แสดงนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย “นิทรรศการ 6 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา” ที่ฉายภาพพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงตรัสไว้ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” และภาพประกอบภาพเหตุการณ์ขณะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมตราสัญลักษณ์การฉลองสิริราชครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรและความเป็นกษัตริย์นักพัฒนาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องนิทรรศการหลักออกเป็น 9 โซน ดังนี้

 



โซน 1. บทนำ “ธ ทรงมุ่งหวังที่จะเห็นความผาสุขของประชาชนชาวสยาม” เป็นการแสดงภาพการเสด็จเยี่ยมราษฎรในท้องที่ต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ประทับใจ เป็นต้น

โซน 2. “จากจิตรลดาสู่พสกนิกร” นำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในส่วนของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้แก่ ป่าไม้สาธิต นาข้าวทดลอง ปลานิลปลาหมอเทศ โรงโคนม ไบโอดีเซล สาหร่ายเกลียวทอง ผลิตภัณฑ์จากหนังปลานิล เป็นต้น

โซน 3. “น้ำพระทัยอาทรชาวสยาม” นำเสนอเรื่อง น้ำ การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โครงการฝายชะลอความชุ่มชื้น และ พระราชดำริให้จัดทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะแห้งแล้ง โครงการกังหันชัยพัฒนาสำหรับเรื่องของขจัดน้ำเสีย การแก้ปัญหาการเกิดน้ำท่วมภายใต้โครงการแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำ ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ราษฎรได้เป็นอย่างมาก

โซน 4. “พืชผลผลิตงามด้วยดินดี” พระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรดินโดยไม่ลอกหน้าดิน และยังทรงสร้างรูปแบบระบบอนุรักษ์ดินในพื้นที่พรุ โดยใช้วิธีการ แกล้งดิน และปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้นำ หญ้าแฝก มาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เปรียบเสมือนกำแพงที่มีชีวิตในการอนุรักษ์ และคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน รวมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วย

โซน 5. “ปลูกป่าไม้เพื่อชีวีสำนึกดีในใจคน” พระราชทานพระราชดำริหลายประการ คือ ปลูกป่า ๓ อย่าง แต่ประโยชน์ ๔ อย่าง ปลูกป่าเปียก การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก การปลูกป่าในที่สูง และ การปลูกป่าในใจ รวมถึงโครงการฝายชะลอความชุ่มชื้นที่เอื้อผลประโยชน์ที่ดีต่อกันของธรรมชาติ กับธรรมชาติอีกด้วย

โซน 6. “ขจัดต้นสิ่งเสพติด เพื่อชีวิตราษฎร” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฎร โดยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา ทรงพระกรุณาให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น และช่วยขจัดปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยปลูกพืชที่เป็นประโยชน์ทดแทนฝิ่น ให้ความรู้เรื่องถางป่าและปลูกโดยไม่ถูกต้อง รวมทั้งรักษาป่ารักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไปและยั่งยืน และเรื่องราวเกี่ยวกับสวนสองแสน สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป

โซน 7. “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรด้วยการศึกษา” แนวพระราชดำริให้ตั้งศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 6 แห่ง โดยทำหน้าที่เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เพื่อทำการทดลอง วิจัยแสวงหาวิธีการแก้ปัญหา และแนวทางการพัฒนา เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น

โซน 8. “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และทฤษฎีใหม่ นำมาสู่ผลผลิตแห่งความสำเร็จ ในส่วนนี้เปรียบเสมือนบทสรุปของโครงการทั้งหมดที่กล่าวไว้ในส่วนจัดแสดง ซึ่งนำเสนอบทสรุปของเนื้อหาทั้งหมดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร และทรงงานมาโดยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชสมบัติ เป็นเวลา 60 ปี และการเดินตามรอยพระราชดำรัสปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงตรัสไว้สำหรับประชาชนทุกคน เพื่อประโยชน์สุขและชีวิตที่พอเพียงสำหรับประชาชนทุกกลุ่มชนชั้น

โซน 9. นิทรรศการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำให้ออกมาในรูปแบบของวิดีทัศน์ บทสัมภาษณ์ของประชาชนทุกกลุ่มชนชั้น ที่นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จนนำพาซึ่งความสำเร็จในชีวิตที่ดีขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: Call Center 02686 7272 หรือ ที่เว็บไซต์ www.royalfloraexpo.com
สำนักงานผู้บริหารงานปฏิบัติการ กิจกรรม และ ประชาสัมพันธ์