ผู้อุปถัมภ์หลัก
 
 
 
 
 
ผู้สนับสนุนพิเศษ
 

 
 

นิทรรศการพันธุ์ไม้แปลก หายาก และพันธุ์ใหม่

“มหัศจรรย์พรรณไม้ ความหลากหลายแห่งวิถีไทย ความแปลกใหม่แห่งวิถีโลก”
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดนิทรรศการพันธุ์ไม้แปลก หายากและพันธุ์ใหม่ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์พรรณไม้ ความหลากหลายแห่งวิถีไทย ความแปลกใหม่แห่งวิถีโลก” ณ อาคารนิทรรศการหมุนเวียน ระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคม 2549 ผู้ที่เข้าชมงานจะได้พบกับความหลากหลายแห่งและความแปลกใหม่ของพรรณไม้ที่คัดเลือกสรรนำมาจัดแสดง

สำหรับพืชพันธุ์ที่นำมาจัดแสดง ล้วนเป็นพรรณไม้ที่หายาก พบได้เฉพาะแห่ง หรือใกล้สูญพันธุ์
พรรณไม้แปลกซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากปกติ(กลายพันธุ์) พบเห็นได้ยาก พรรณไม้ที่ถูกค้นพบใหม่ เป็นชนิดใหม่ของโลก หรือแม้แต่พรรณไม้ที่มีลักษณะหรือมีดอกสวยงาม เพาะขยายพันธุ์ได้ยากแต่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ในการนำเสนอ ทางคณะผู้จัดงานได้แบ่งกลุ่มพรรณไม้ออกเป็น พรรณไม้ชนิดใหม่ (ชื่อพระราชทาน) พรรณไม้มงคล พรรณไม้แปลก พรรณไม้กลิ่นหอม พรรณไม้สมุนไพร และพรรณไม้พิเศษอื่นๆ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด อาทิ


โปรดคลิกเพื่อขยาย
ต้นสบู่เลือด (Stephania suberosa) พืชลักษณะแปลก มีลำต้นหน้าตาเหมือนคน เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีชื่อเรียกอื่นว่า บอระเพ็ดพุงช้าง เป็นไม้เลื้อย จัดเป็นไม้ถิ่นเดียว ส่วนหัวคล้ายหน้าคน นับว่าแปลก พบตามเขาหินปูนป่าผลัดใบ ทางภาตกลางและภาคอีสาน มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร และมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ คาดว่าต้นที่นำมาจัดแสดง มีอายุกว่า 100 ปี หนักประมาณ 30 กิโลกรัม ช่วยชีวิตมาจากร้านขายยาสมุนไพร ข้างทางในท้องถิ่นแห่งหนึ่ง
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
สะเดาดำ (Azadirachta indica A. Juss. Var. siamensis Veleton) พืชแปลกใบและดอกเป็นสีน้ำตาลแดงคล้ำเกือบดำ
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
อัมพวา (Cynometra cauliflora L.) เป็นต้นไม้โบราณ มีลักษณะแปลก ผลบิดเบี้ยวไม่น่ารับประทาน เมื่อทานแล้วจะรู้สึกได้หลายรสชาติ เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ พบขึ้นในจังหวัดสมุทรสงคราม
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
มะเขือนมแพะ (Solanum sp.) เป็นมะเขือประหลาดรูปร่างคล้ายนมแพะ สีเหลืองสวยงามนำเข้ามาจากต่างประเทศ
   
  กระเบียน หรือจิ๊เดียม (Ceriscoides turgida (Roxb.) Tirveng) พืชที่มีลักษณะแปลก เมื่อกระทบถูกใบหรือลำต้น ต้นไม้จะสั่นเหมือนคนถูกจั๊กกะจี้
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ต้นไม้พ่นควัน (Pilea sp.) พืชแปลก มีสองชนิดคือ ลำต้นไม่อวบน้ำ และลำต้นอวบน้ำ มีลักษณะแปลกคือเมื่อถูกแสงแดดจะพ่นควันออกมาจากช่อดอก เป็นสายปลิวเป็นทาง บางครั้งก็จะพ่นออกมาเป็นวงๆ คล้ายกับวงควันบุหรี่
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ต้นเรียกจิ้งจก ใบเอามาล่อเรียกจิ้งจกให้มาหาได้
   
  ต้นชะคราม ใบจะมีรสเค็มขึ้นอยู่ตามนาเกลือ มีคุณสมบัติเค็ม เป็นไม้แปลก
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ไม้แปลกที่ไม่สามารถนำต้นมาให้ชมได้แก่ ฟักข้าว ผลขนาดใหญ่กว่าผลฝรั่ง ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองส้ม
  พิโลเครนครอน “พินอำพัน” ใบเขียวและแข็ง รูปทรงสวยมาก ความพิเศษ คือเมื่อตัดมาปักแจกัน จะอยู่ได้นานหลายเดือน เนื่องจากเกิดรากที่ก้านใบ
   


โปรดคลิกเพื่อขยาย


โปรดคลิกเพื่อขยาย

พืชกินแมลง เช่น หญ้าน้ำค้างหรือหยาดน้ำค้าง (Drosera sp.) กาบหอยแครง (Dionaea sp.) หม้อข้าวหม้อแกงลิง (Nepenthes sp.) มีลักษณะพิเศษ คือ มีอวัยวะสำหรับจับแมลง มีน้ำย่อย ใช้ละลายแมลง
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
พรรณไม้หายาก ได้แก่ พลับพลึงธาร พืชหายากมีแห่งเดียวในประเทศไทย คือที่ คลองนาคา จ.ระนอง ขึ้นได้เฉพาะน้ำไหลและใสสะอาด เวลาออกดอกสวยมาก เป็นที่ประทับใจนักท่องเที่ยว
   
  ตีนเป็ดดอย (Alstonia rupestris Kerr) และ เทียนนกแก้ว (Impatiens psittacina Hook. F.) พืชหายาก พบขึ้นเฉพาะที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ปรงเขาชะเมา (Cycas chamaoensis K.D.Hill) พบครั้งแรกที่เขาชะเมา อ. แกลง จ.ระยอง เป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธ์ มีขนาดเล็กขึ้นเฉพาะถิ่นทั่วๆ ไป เป็นพืชเฉพาะกิจ
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
มะพร้าวซอ พืชหายาก ราคาแพง ผลกะลานำไปทำซอ
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
สำหรับพืชพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา คือเมือประมาณปี 2547 ได้มีการผสมพันธุ์ไม้ขึ้นมาใหม่ มหาพรหมราชินี (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya, Chalermglin & M.K.R. Saunders) พืชตระกูลกระดังงา ค้นพบโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น เป็นดอกไม้ที่มีดอกสวยและใหญ่ที่สุดในบรรดามหาพรหมสกุลเดียวกัน ได้รับพระราชทานนาม จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
   
  สิรินธรวัลลี (Bauhinia sirindhorniae K. & S.S. Larsen) พืชชนิดใหม่พบเฉพาะที่จังหวัดหนองคาย ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวและบริเวณใกล้เคียง
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
โมกราชินี (Wrightia sirikitiae D.J.Middleton & Santisuk) พืชนิดใหม่ของโลก เป็นพืชหายากพบเฉพาะในประเทศไทย
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
สามสิบกีบน้อย (Stemona hutanguria) พืชชนิดใหม่ของโลก
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
นอกจากนี้ภายในนิทรรศการได้นำไม้จากต่างประเทศมาจัดแสดงด้วย อาทิ ไม้มังกร (Dracaena Draco) จากหมู่เกาะคานารี ประเทศสเปน พืชชนิดนี้มีลำต้นเดี่ยว เติบโตช้า ดอกสีขาว ผลสีส้ม สูงได้ถึง 12 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาทุกๆ 15 ปี ต้นไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณวิเศษหลายประการนอกเหนือจากน้ำยางที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง (ชาวพื้นเมืองเรียกว่าเลือดมังกร) เมื่อสัมผัสกับอากาศ ทั้งนี้น้ำยางดังกล่าวมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาแผลในปากและบำรุงเหงือกให้แข็งแรง นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการย้อมสีและทำน้ำมันขัดเงา สำหรับเปลือกไม้ของพืชชนิดนี้ในอดีตนิยมนำมาทำเป็นโล่ และใช้ประกอบพิธีฝังศพ
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
อะกาเว่ วิกตอเรีย หรือ Queen Agave (Agave Victoria-reginae) พรรณไม้แปลกและหายากมีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำทนแล้ง ได้รับการแต่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นหนึ่งในพรรณพฤกษาที่มีรูปทรงงามสง่างามทีสุดในโลก มีเส้นผ่าศูนย์กลางพุ่มใบมากกว่า 80 เซนติเมตร และเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตช้ามาก สำหรับต้นที่นำมาจัดแสดงนี้มีอายุมากกว่า 30 ปี โดยพืชชนิดนี้จะมีดอกเมื่ออายุมากว่า 50 ปี
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ยุกคา รอสตราดา (Yucca rostrata) พรรณไม้แปลกและหายากลักษณะเป็นพืชทนแล้ง ในธรรมชาติพบขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งของรัฐเท็กซัสและในทะเลทรายชิวาวา ประเทศเม็กซิโก ลักษณะแปลกตรงที่ใบสีฟ้าหรือเทาเงิน ผลมีลักษณะคล้ายจงอยปากนก จึงมีชื่อสามัญเรียกกันว่า Beaked Yucca
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
ขี้กาหนามแอฟริกา หรือ Giant Adenia (Adenia globbosa) พรรณไม้แปลกหายากจากประเทศเคนย่าและเทนซาเนีย ลักษณะเป็นไม้โขดพบขึ้นในที่แห้งแล้ง ลำต้นเป็นโขดสะสมน้ำขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เมื่อเติบโตเต็มที่ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางได้ถึง 5 ฟุต และหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม และมีหนามแหลมปรากฏอยู่โดยทั่ว ส่วนใบมีขนาดเล็กมากและจะหลุดล่วงไปหลังจากงอกได้เพียงไม่นาน
   

โปรดคลิกเพื่อขยาย
นอกจากนี้ การจัดนิทรรศการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดเชียงใหม่ในการนำเฟินหายาก ในแถบล้านนามาจัดแสดงเลียแบบธรรมชาติให้มากที่สุด ได้แก่ กระแตใบด่าง(Drynaria vareigata) เขากวางน้ำ(Ceratoperis thalictroides (L.) Brongn) ปีกสกุณา(Pteris semipinnata) เชือกผูกรองเท้า(Vittaria) เป็นต้น รวมถึงนำบอนสีชนิดต่างๆ กว่า 20 ชนิดมาจัดแสดงให้ได้ชมในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย และในอนาคตกรงส่งเสริมการเกษตรมีแนวคิดในการนำเนื้อเยื่อไม้ป่า หายาก มาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้แปลก หายากเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป