ผู้อุปถัมภ์หลัก
 
 
 
 
 
ผู้สนับสนุนพิเศษ
 

 
 

กรมศุลกากร ผนึก กรมวิชาการเกษตร ตั้ง “คลังสินค้าทัณฑ์บน ราชพฤกษ์”
เปิดทางผู้ร่วมแสดงงาน พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ

กรุงเทพฯ/ 16 มิถุนายน 2549/ กรมศุลกากร ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตรจัดพิธีลงนามในสัญญาประกันและทัณฑ์บนในการจัดตั้ง “คลังสินค้าทัณฑ์บน ราชพฤกษ์” บนพื้นที่ 470 ไร่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ต.แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ เพื่อเปิดทางและอำนวยความสะดวกผู้ร่วมแสดงงานทั้งไทยและต่างชาติ ในการเข้าร่วมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ “ราชพฤกษ์ 2549” ซึ่งเป็นหนึ่งในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯในวโรกาส ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และเจริญพระชนมายุ 80 พรรษาในปี 2550

ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า “คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์” ที่กรมศุลกากรและกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมลงนามจัดตั้งขึ้นครั้งนี้ อยู่บนพื้นที่ 470 ไร่ ของการจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ต.แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ เพื่อเปิดทางและอำนวยความสะดวกผู้ร่วมแสดงงานทั้งไทยและต่างชาติ ในการเข้าร่วมจัด แสดงสินค้าและนิทรรศการ ในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ “ราชพฤกษ์ 2549” ซึ่งเป็นหนึ่งในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯในวโรกาส ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และเจริญพระชนมายุ 80 พรรษาในปี 2550

สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ที่จะได้รับจากกรมศุลกากร คือ องค์กร หน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะนำสิ่งของเข้ามาเพื่อจัดแสดง นำสิ่งแสดงเข้าใน “คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์” นี้ จะได้รับการยกเว้นอากรตามกฏหมายศุลกากร หรือกฏหมายอื่น โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องส่งออกนอกราชอาณาจักรภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นสุดการจัดงาน (วันสิ้นสุดงานคือ 31 มกราคม 2550) โดยคลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ วันที่ 16 มิ.ย.2549 เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมแสดงงานทั้งจากในประเทศไทย และ จากนานาชาติ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำ ณ คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์ เพื่อให้การปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับมหกรรมโลกซึ่งจะเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเฉลิม พระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา และเพื่อแสดงศักยภาพในการเพาะปลูกพันธุ์ไม้เขตร้อนและเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านการเกษตรของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านพรรณไม้เขตร้อนทั่วโลก รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตร ภายใต้ Theme ของงาน “เพื่อนำความรักสู่มนุษยชาติ” (To Express the Love for Humanity)

การจัดงานสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ได้รับการรับรองในการจัดงาน ในระดับ A1 อย่างเป็นทางการ จาก สำนักงานมหกรรมโลก (Bureau of International Exposition - BIE) สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (Association of Horticulture Producers - AIPH) และ ภายใต้การสนับสนุนจาก สมาพันธ์ดอกไม้โลก (World Flower Council - WFS) และสมาคมพืชสวนนานาชาติ (International Society for Horticultural Science - ISHS) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานของประเทศไทยทุกด้าน โดยเฉพาะความพร้อมในด้านขนาดพื้นที่ ระยะเวลาการจัดงาน สาระของการนำเสนอในระดับสากล และความหลากหลายของพืชพรรณไม้ที่นำมาจัดแสดง

ขณะนี้ความก้าวหน้าของการจัดงานด้านการก่อสร้างและระบบสาธารณูปโภครวมถึงการเตรียมพันธุ์ไม้ พร้อมปลูกมีความคืบหน้าโดยรวมทั้งโครงการอยู่ที่ 69% เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ 3% การจัดงานครั้งนี้ทุกภาคส่วนพร้อมใจกันเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานทั้งจากในประเทศและต่างประเทศซึ่งขณะนี้จำนวนรัฐบาลนานาประเทศที่เข้าร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในงาน “ราชพฤกษ์ 2549” มีจำนวน 32 ประเทศ จาก 5 ทวีป ได้แก่ จากทวีปเอเชีย 14 ประเทศ จากทวีปแอฟริกา 8 ประเทศ จากทวีปยุโรป 5 ประเทศ จากทวีปอเมริกา 2 ประเทศ และจากทวีปตะวันออกกลาง 3 ประเทศ

ในส่วนการร่วมสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติจากองค์กรภายในประเทศนั้น ได้รับการยืนยันเข้าร่วมงานแล้วจาก 21 องค์กร ตลอดระยะเวลา 92 วันงาน “ราชพฤกษ์ 2549” จะอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาทั้งความเพลิดเพลินและความรู้ให้กับผู้ชมงาน ทั้งในส่วนการแสดงอื่น ๆ อาทิ สวนนานาชาติภายในอาคาร นิทรรศการแสดงพันธุ์ไม้ในอาคาร ส่วนแสดงพันธุ์ไม้เขตร้อน การประชุมทางวิชาการนานาชาติ และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม อาทิ จาก42 จังหวัดในไทยได้ยืนยันนำพืชพันธุ์เด่นของตนเข้าร่วมแสดงในส่วนนิทรรศการแสดงพันธุ์ไม้ในอาคาร โดยจะนำพันธุ์พืชที่หาดูได้ยากกว่า 120 สปีชี่ส์เข้าร่วมแสดง และภายในงานจะมีศิลปะการแสดงจากกว่า 10 ประเทศเข้าร่วมแสดง เช่น การเต้นฟลามิงโก้จากประเทศสเปน และการเต้นระบำกลองจากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งจะมีการแสดงจากกว่า 40 จังหวัด

และส่วนแสดงสำคัญที่โดดเด่นที่สุด คือ “หอคำหลวง” ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุดของงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ขณะนี้การก่อสร้างได้ดำเนินไปจนใกล้แล้วเสร็จแล้ว หอคำหลวง สร้างขึ้นในแบบสถาปัตยกรรมแบบล้านนา บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ภายในจัดสร้างต้นพระบรมโพธิสมภาร ซึ่งประกอบด้วยใบ 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวันที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี พร้อมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการ "กษัตริย์นักการเกษตร พระอัจฉริยะ ภาพเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" เต็มรูปแบบสามมิติ ทั้งแสง สีและเสียง แบ่งเป็น 9 โซน คือ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" "ธ ทรงมุ่งหวังที่จะเห็นความผาสุกของประชาชนชาวสยาม" "จากจิตรลดาสู่พสกนิกร" "น้ำแห่งพระราชหฤทัย" "ดินดีเพิ่มผล" "คุณค่าป่าไม้เพื่อชีวิต" "ขจัดสิ้นพืชเสพติด ราษฎรอยู่ดีมีสุข" "แหล่งเรียนรู้คู่ธรรมชาติ" และ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ และผลิตแห่งความสำเร็จ" ดังนั้น หอคำหลวง คือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนทั้งประเทศและทรงเป็นกษัตริย์นักการเกษตรที่ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งเมื่อเสร็จงานแล้วจะเปิดเป็นส่วนแสดงถาวรและเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

ความร่วมมือในการจัดตั้ง “คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์” บนพื้นที่ 470 ไร่ นี้ จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่การนำเข้าสิ่งของของผู้ร่วมจัดแสดงงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากนานาชาติ ซึ่งเป็นไปตามกฏข้อบังคับของการจัดงานระดับมหกรรมโลก ที่ประเทศเจ้าภาพต้องอำนวยความสะดวกแก่นานาประเทศที่เข้าร่วมจัดแสดงในงาน

ในส่วนของงานพืชสวนโลก ที่พิเศษกว่างานนิทรรศการอื่นๆ นอกจากจะเป็นการนำเข้าสิ่งของแล้วยังมีการนำเข้าพรรณไม้นานาชนิด ซึ่งในส่วนนี้กรมวิชาการเกษตร ได้จัดตั้ง “ด่านตรวจพืช ราชพฤกษ์” บนพื้นที่ 470 ไร่คู่กับ คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ตรวจสุขอนามัยพืชและพืชอนุรักษ์ (ไซเตส) ซึ่งการจัดตั้ง “ด่านตรวจพืช ราชพฤกษ์” และ “คลังสินค้าทัณฑ์บน ราชพฤกษ์” จะอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วมแสดงงานได้เป็นอย่างดี และการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ “ราชพฤกษ์ 2549” จะเป็นงานมหกรรมระดับโลกที่จะสวยสดงดงามที่สุดงานหนึ่งของโลก และเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทย พิสูจน์ให้ชาวโลกได้เห็นพลังความรัก สามัคคี และความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างแท้จริงและการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพทั้งทางด้านพืชสวนและทางด้านความพร้อมในการจัดงานระดับโลกอย่างแท้จริง

ข้อมูลสำหรับกองบรรณาธิการ
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ “ราชพฤกษ์ 2549” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 – 31 มกราคม 2550 (รวม 92 วัน) ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ต.แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ บนพื้นที่ 470 ไร่ เป็นงานที่รวมสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ในพื้นที่เขตร้อนชื้นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ที่มีความหลากหลายมากที่สุดของพรรณไม้กว่า 2,200 ชนิด กว่า 2.5 ล้านต้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา เพื่อแสดงศักยภาพด้านการเกษตรของประเทศไทย

“ราชพฤกษ์” เป็นชื่อต้นไม้ประจำชาติ ถือเป็นไม้มงคลที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากมีดอกเป็นพวงระย้า สีเหลืองสด อันเป็นสีแห่งพระพุทธศาสนา และนอกจากนี้ สีเหลืองยังเป็นสีประจำวันจันทร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

ตราสัญลักษณ์ ประกอบขึ้นด้วยรูปทรงของดอกราชพฤกษ์ ที่พัฒนามาจากธรรมชาติจริงของดอกราชพฤกษ์ มีสีเหลือง 5 กลีบ ส่วนเกสรของดอกราชพฤกษ์ในตราสัญลักษณ์ ได้รับการออกแบบให้อยู่ในรูปทรงของตัวเลข ๙ ไทย อันสื่อความหมายว่า งานราชพฤกษ์ 2549 เป็นงานมหกรรมที่จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ เนื่องในวโรกาสแห่งการเฉลิมฉลองที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ: ราชพฤกษ์ 2549 จะรวมสุดยอดความมหัศจรรย์ของพรรณไม้เขตร้อนมากกว่า 2,200 ชนิด กว่า 2.5 ล้านตัน ซึ่งจะแสดงถึงศักยภาพการเพาะปลูกพันธุ์ไม้เขตร้อน และเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรของไทย รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านพรรณไม้กับนานาประเทศ ตามแนวคิดหลักของงาน คือ "เพื่อนำความรักสู่มนุษยชาติ" (To Express the Love for Humanity) เป็นการจัดงานมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีนโยบายที่จะให้พื้นที่จัดงานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเชียงใหม่ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพืชสวนของประเทศภายหลังการจัดงานจบสิ้นลง ส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหลายด้าน อาทิ ด้านการส่งออก ภาพลักษณ์ของประเทศด้านพืชสวน และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากประชาชนชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 เดือน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :-
สำนักงานผู้บริหารงานปฏิบัติการกิจกรรมและประชาสัมพันธ์
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ 2549

เกศินี พันธุ์ธีรานุรักษ์ โทร: 0-2686-7306 หรือ 01-9893416
E-mail: kasinee@royalfloraexpo.com

ภัทรา ขวัญเทียนทอง โทร: 0-26867316 หรือ 01-7331919
E-mail: pathara@royalflroaexpo.com

นวพร โรจน์อารยานนท์ โทร: 0-2686-7252 หรือ 05-9079490
E-mail: nawap9orn@royalfloraexpo.com

สุวรรณา จารุธนกิจพานิช โทร: 0-2686-7329 หรือ 01-615-2558
E-mail: suwanna@royalfloraexpo.com